PART 2

ยูชอนจ้องมองแจจุงเยื้องย่างออกจากห้องอย่างเวทนา สองขาดูไร้เรี่ยวแรงและสั่นเทา มือบางยกขึ้นปาดซับหยาดน้ำตาที่เปียกปอนบนใบหน้าอย่างอิดโรย เสียงสะอื้นแผ่วเบาเหมือนจะไม่มีแรงแม้หายใจ ดวงตาสีหม่นทอดสายตาไปตามทางเดิน สายตายังคงจับจ้องที่แผ่นหลับบอบบางของคนตรงหน้าด้วยความห่วงใย แม้อยากยื่นมือเอื้อมออกไป แต่กลับยากเย็นเมื่อเห็นสภาพของแจจุงในเวลานี้
แจจุง.ลืม..ซะ
..
พี่ยูชอนครับผมทำขนมเค้กมาให้ ร่างบางยิ้มร่าอย่างน่ารัก สองมือถือเค้กชิ้นเล็กที่ถูกห่อหุ้มด้วยกระดาษผ้าสีขาวสะอาด ตกแต่งด้วยริบบิ้นอย่างสวยงาม พลางเบิกตากลมโตจ้องมองใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างร่าเริง
ขอบใจนะ ร่างบางหัวเราะร่า เมื่อเห็นคนตัวสูงพยายามเก็บสีหน้าดีใจเอาไว้ เผยเพียงร้อยยิ้มอบอุ่นนั่นออกมา
ทานสิครับ มือบางเอื้อมไปแกะปมริบบิ้นอย่างว่องไว พลางจ้องมองท่าทางเอร็ดอร่อยของยูชอนอย่างเพลินใจ ชายร่างสูงที่เผลอทานเค้กของแจจุงจนแทบจะหมดไปในวินาทีเดียวนั้น ต้องชะงักลง เมื่อได้ยินเสียงใสเอ่ยถาม
อร่อยรึเปล่าครับ ดวงตากลมโต โค้งเป็นรูปอย่างขำขัน เมื่อเห็นยูชอนกินเค้กของเขาอย่างมีความสุขเช่นนั้น
อะอื้ม มือเรียวยกขึ้นปัดเศษขนมที่ติดอยู่บนใบหน้าอย่างเคอะเขิน เมื่อรู้ว่าตนเองเอร็ดอร่อยกับของตรงหน้า จนลืมสังเกตว่าคนตัวเล็กตรงหน้านั่งจ้องมองเขาอยู่ตลอดเวลา
มือบางเอื้อมไปทำความสะอาดริมฝีปากให้กับร่างสูง ที่กินมูมมามเหมือนเด็ก พลางแค่นหัวเราะออกมาจนอีกฝ่ายถึงกับหน้าแดง ร่างสูงสัมผัสได้ถึงความอ่อนนุ่มบนมือของแจจุง ดวงตาสีชาจ้องมองใบหน้าของร่างบางอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มเล็กๆเผยให้เห็นบนมุมปาก
ยิ้ม..อะไรเหรอครับ พี่ยูชอน ร่างบางเบิกตาโพลงด้วยความสงสัยในทันใด
ฮะป่ะเปล่า ร่างสูงเมื่อรู้สึกตัว ก็ได้แต่ก้มหน้าลงต่ำปิดบังสีหน้าเช่นนั้น มือเรียวถูปลายจมูกเบาๆอย่างเคอะเขิน
หึ.ฮ่ะครับ ครับพี่ยูชอนนี่ตลกจริงๆ แจจุงระเบิดหัวเราะออกมากับท่าทางน่าขันของยูชอน เสียงหัวเราะใสดูเหมือนเต็มไปด้วยความสุข แต่ดวงตาคู่สวยกับเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากสั่นเทาเพราะพยายามกลั้นเสียงสะอื้น ร่างบางจ้องมองร่างสูงอย่างเหนื่อยใจ เมื่อเห็นความอ่อนโยนของยูชอนเช่นนี้แล้ว.เขากลับรู้สึกอยากจะหลงรักคนตรงหน้ามากเหลือเกิน
แต่ความทรงจำกลับจดจำเพียงคนคนเดิม
แจจุง
ทำไม.ทำไมยุนโฮ..ต้องทิ้งผมไปด้วยนะ
แจ.
ทั้งๆที่ เค้าบอกว่ารักผมแท้ๆ
..ผมคิดไปเอง..จริงๆเหรอ..ฮึก ร่างบางปล่อยเสียงสะอื้นออกมาด้วยความรู้สึกอัดอั้น นัยน์ตาสองข้างจ้องมองคนตรงหน้าอย่างจะเค้นหาคำตอบ มือบางเกาะยึดปกเสื้อของยูชอนขึ้นมา ก่อนจะทิ้งตัวลงภายในอ้อมกอดนั้น
. มือแกร่งโอบกอดคนตัวเล็กตรงหน้าไว้แนบอก พลันทอดสายตาไปข้างหน้าอย่างเลื่อนลอย หัวใจของเขาอัดอั้นไปด้วยความรู้สึก และเรื่องราวต่างๆมากมาย หากแต่เรื่องเหล่านั้น.ไม่สมควรที่จะถูกเปิดเผยแล้วเมื่อไรกัน..ที่ความทรมานเช่นนี้จะถึงจุดจบ
.
ยุนโฮ บานประตูถูกแง้มขึ้นมาอย่างช้าๆ ร่างสูงมองหาใครอีกคนที่เขาอยากจะพบ
นายจะพอได้รึยัง เสียงหัวเราะอย่างเหนื่อยหน่ายเอ่ยถามเพื่อนรักของตน อย่างสังเวชความรักของทั้งคู่และหัวใจของตัวเขาเอง
ยุนโฮ!!! ร่างสูงตะโกนชื่อของยุนโฮด้วยความตกใจ หัวใจของเขาหวาดหวั่นว่าจะเกิดบางสิ่งที่ไม่อยากจะได้เห็น สีหน้าอิดโรยเมื่อครู่แปลเปลี่ยนซีดเผือดด้วยความหวาดกลัวในทันใด มือเรียวผลักเก้าอี้ที่ระเกะระกะอยู่ในพ้นทาง
นาย!!
อย่าบอกแจจุงนะอย่าบอกแจจุง ริมฝีปากได้รูปเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา ก่อนจะหลับตาลงอย่างเหนื่อยใจ
.
ในเช้าบรรยากาศที่สดใสสำหรับผู้มาเยือน โชคชะตาในวันข้างหน้าที่ยังไม่ได้ล่วงรู้ มีแต่เพียงความคาดหวังที่ชีวิตที่สวยงามรออยู่ภายหน้า รอยยิ้มบริสุทธิ์แต่งแต้มบนใบหน้าหวานสวยอย่างน่าชม ร่างเล็กเยื้องย่างอยู่บนทางเดินอย่างเพลิดเพลิน สายตาสอดส่องบรรยากาศรอบตัว ที่อบอวลไปด้วยสิ่งสวยงาม ธรรมชาติในฤดูหนาวแต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างน่าประหลาดใจ เสียงฮัมเพลงคลอไปกับสายลมอย่างเปี่ยมสุข
.
นักเรียนทุกคน เงียบกันหน่อยจ้ะ เสียงครูสาวที่เข้ามาภายในห้อง เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน
วันนี้..เรามีนักเรียนใหม่มาอยู่ห้องเราจ้ะ
เข้ามาสิจ้ะซังเจ เสียงซ่อกแซ่กจอแจด้วยความอยากรู้อยากเห็น สายตากว่า 30 คู่ จ้องมองไปยังประตู พลันเงียบเสียงลง เมื่อผู้เป็นครูหันมาจ้องมองด้วยไม่พอใจนัก
. ใบหน้าหวานสวย ผิวสีขาวสะอาดแต่งแต้มไปด้วยสีชมพูระเรื่อด้วยความเขินอาย ดวงตากลมโตจ้องมองเพื่อนร่วมห้อง ก่อนจะโค้งตัวอย่างสุภาพ พลางหันไปหาครูสาวที่ยืนยิ้มให้
แนะนำตัวกับเพื่อนๆสิจ้ะ
อ่าสวัสดีครับ ผมชื่อคิมซังเจหวังว่าจะเข้ากันได้ดีกับเพื่อนๆทุกคน ยินดีที่ได้รู้จักครับ ร่างเล็กยิ้มเล็กๆ ก่อนจะโค้งตัวอีกครั้ง ไม่ทันไร เสียงคุยกันอื้อก็ระงมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง
เค้าน่ารักจังเลยเนอะ
ชั้นดูไม่ออกจริงๆว่าเค้าเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงกันแน่
แต่ว่า.หน้าของเค้าเหมือนแจจุงจริงๆนะ
นี่แจจุงเด็กใหม่น่ะ หน้าเหมือนแจจุงเลย เสียงเพื่อนสาวเอ่ยขึ้น
ฮะ.อ่อ เหรอ ร่างบางที่นั่งเหม่อมาตลอดนั้น จึงเงยหน้าขึ้นมองผู้มาเยือน ในหน้าอ่อนหวานนั้นคล้ายคลึงกับเขาเสียอย่างที่เพื่อนบอกจริงๆ
ร่างเล็กเดินอย่างงกๆงั่นๆ ไปตามทางที่อาจารย์ผายมือบอกให้เขานั่งลงที่นั่น
สวัสดี
เราคิมแจจุง
PART 3

รอยยิ้มอ่อนหวานตอบรับคำทักทายของแจจุงอย่างเป็นมิตร ร่างบางนั้นเผลอจ้องมองใบหน้าของซังเจไปอยู่หลายวินาที เพราะความคล้ายคลึงของเขาทั้งสองคนนั้น ทำให้แจจุงรู้สึกได้ถึงบางสิ่งบางอย่างแต่ไม่สามารถบอกได้ว่านั่นคือสิ่งที่ดีหรือจะเป็นเรื่องที่เลวร้ายกันแน่
เอาล่ะ ทุกคน อยู่ในความสงบหน่อยจ้ะ เสียงครูสาวเอ่ยขึ้นขัดจังหวะการสนทนาที่แสนจอแจของเด็กๆ
ครูหวังว่า ทุกคนคงจะดูแลเพื่อนใหม่เป็นอย่างดีนะจ้ะ ครูสาวเอ่ยด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
..คุณเองเหรอ คิมแจจุง?..
..
นี่ไม่เหมือนสักนิด เสียงยุนโฮเอ่ยขึ้นมาอย่างหัวเสีย พลางปารูปสองสามใบในมือทิ้งอย่างรำคาญใจ
นายไม่เลือกซักคนชั้นหามาให้ก็จะครบสิบอยู่แล้วนะ ร่างสูงที่ยืนฟังคำตอบอยู่ เมื่อเห็นเช่นนั้น ก็พูดปัดกับอีกฝ่ายด้วยความเหนื่อยหน่ายใจ
นี่คนสุดท้ายแล้ว มือเรียวยาวยื่นรูปใบสุดท้าย ให้กับร่างหนา ที่มีสีหน้าไม่พอใจ ดวงตาเรียวเล็กหรี่ลง ก่อนจะเบิกกว้างเล็กน้อย ริมฝีปากได้รูปปรากฏรอยยิ้มขึ้นอย่างพึงพอใจ
ตกลง
.
ณ เวลานี้ เกล็ดหิมะกำลังโปรยปรายไปทั่วทุกอณู คล้ายกับว่าไออุ่นของเธอโอบกอด เสียงหวานใสฮัมเพลงเบาๆอยู่อย่างแผ่วเบา รอยยิ้มนุ่มนวลประปรายอยู่บนใบหน้า แต่ดวงตาคู่นั้นกลับหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด
ร้องเพลงอะไรเหรอ..แจจุง? เสียงชายหนุ่มผิวสีเข้มเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ซะ.ซองวู ร่างบางที่เหม่อลอยอยู่นั้น สะดุ้งขึ้นด้วยความตกใจ มือเรียวเล็กยกปิดใบหน้าด้วยความเขินอายกับบทเพลงเมื่อครู่
บอกมาเลยนะ แจจุง..นายแต่งเองใช่รึเปล่า เสียงทุ้มหยอกล้อคนตัวเล็กอย่างสนุกสนาน
ใบหน้าเรียวเล็กนิ่งเฉยเพื่อเป็นคำตอบ ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างถอดใจ
นายร้องให้ชั้นฟังจนจบเพลงได้รึเปล่า
ร่างบางส่งสายตาอย่างไม่พอใจให้กลับอีกฝ่าย แต่ก็ทนนิสัยออดอ้อนของเพื่อนตนไม่ไหว
เสียงหวานใสเริ่มต้นบรรเลงเพลงรักที่หอมกรุ่น ความนุ่มนวลและอ่อนละไมเต็มเปี่ยมด้วยหัวใจที่มีรัก ร่างบางปิดเปลือกตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน เสียงสั่นคล้ายรู้สึกขมขื่นดั่งเช่นในบทเพลง ถ่ายทอดความรู้สึกด้วยตัวโน้ตที่ทั้งแผ่วเบาและก้องกังวาน ริมฝีปากบางปิดลง ส่งเสียงฮัมเพลงเบาๆ คลอเคลียกับจังหวะดนตรีที่ลงตัว .
ช่างเป็นช่วงเวลาที่แสนจะเจ็บปวด และ เนิ่นนาน
เมื่อความหนาวเย็นครอบครองอากาศภายใจหัวใจของฉันจนหมดสิ้น
ความหวาดหวั่นไหลย้อนจากปลายเท้าขึ้นสู่ขั้วหัวใจ
ฉันอยู่ที่นี่.โดยไม่มีเธอ
หัวใจของฉันเฝ้าถามว่ายังคงรักเธออยู่เช่นนั้นหรือ
แต่ฉันกลับทำได้เพียงปฏิเสธและเพิกเฉยต่อบาดแผลเหล่านั้น
ความเงียบเหงาหยิบยื่นหัวใจที่ไร้ความรู้สึกให้กับฉัน
ณ เวลานี้ เกล็ดหิมะกำลังโปรยปรายไปทั่วทุกอณู
คล้ายกับว่าไออุ่นของเธอโอบกอดตัวฉันไว้ด้วยความรัก
ยามเมื่อฉันหลับตาลงภูตแห่งหิมะกระซิบถ้อยคำรักจากเธอถึงฉัน
ฉันเฝ้าโอบกอดตัวเองในความเหน็บหนาว
สายลมได้พัดผ่านเพื่อจะบอกว่าเธอนั้นได้จากไปแล้ว
แม้ฉันพยายามท้วงติงว่าเธอจะต้องกลับมา
แต่ช่างเป็นการเพ้อฝันที่น่าสงสารเหลือเกิน
เธออยู่ที่ไหนกันนะ..ฉันรักเธอ
หยาดน้ำตาของฉันได้เหือดแห้งไปตามกาลเวลา
แต่เสียงร่ำไห้อย่างน่าเวทนายังคงกึกก้องอยู่ภายใต้รอยยิ้มนี้
ฉันได้แต่พยายามจดจำถึงความทรงจำระหว่างเรา
แต่รอยยิ้มและน้ำเสียงที่อ่อนโยนของเธอกำลังเลือนลางลงไปทุกที
หากความหนาวเหน็บไม่ได้อยู่ที่เท้าแล้วล่ะก็
มันจะขึ้นมายังหัวใจ
ฉันเคยได้ยินใครสักคนพูดมาเช่นนั้น
เวลานี้ฉันกำลังเหยียบย่างบนหิมะด้วยสองเท้าที่ปราศจากสิ่งปกคลุม
ความเย็นยะเยือกช่วยให้ฉันลบลืมความเจ็บปวดไปได้ในชั่วขณะ
ขอให้หิมะโปรยปรายอยู่เช่นนี้ให้นานแสนนานจะได้ไหม
นี่เป็นคำขอจากหัวใจที่อ่อนแอของฉัน
รีบกลับมาเถิดนะ..ฉันรักเธอ
..
ผมได้เจอคุณคิมแจจุงแล้วครับ เสียงเล็กเอ่ยขึ้น อย่างไม่ประสีประสาอะไรนัก
. ร่างหนายังคงนั่งอยู่อย่างเฉยเมย ไร้ปฏิกิริยาต่อต้านใดๆ
เค้าน่ารักจริงๆนะครับ แจจุงยังใจดีกับผม.
อย่าเอ่ยชื่อของคิมแจจุงง่ายๆแบบนั้น ร่างหนาทิ้งหมัดลงบนโต๊ะของซังเจ พลางจ้องใบหน้าของอีกฝ่ายด้วยสายตาที่เยือกเย็น
ขอโทษครับผมแค่เพียง ร่างเล็กเสียงสั่นด้วยไม่เข้าใจกับอารมณ์ของอีกฝ่าย ใบหน้าเรียวเล็กก้มต่ำลงอย่างหวาดกลัว
นายไม่สงสารตัวเองรึไง.พ่อแม่ของนายยอมถึงกลับขายลูกตัวเอง เสียงเย้ยหยันเสียดแทงคนตัวเล็กอย่างไม่ใยดี ดวงตาแข็งกร้าวยังคงจ้องมองอย่างดุดัน
ถึงคุณจะมีสิทธิในตัวผมแต่กรุณาอย่าดูถูกพ่อแม่ของผม..ท่านไม่ใช่คนที่ท่านจะมาพูดถึงด้วยน้ำเสียงเช่นนั้น ร่างเล็กพยายามกระพริบตา เมื่อรู้สึกถึงไออุ่นบริเวณรอบดวงตา เสียงสั่นพยายามเอ่ยคำตอบโต้ร่างหนาอย่างเจ็บปวด
ทำไมล่ะ.หรือว่า..มันไม่จริง?
พวกท่านไม่ได้อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้วกรุณาให้เกียรติกับพ่อแม่ของผมด้วย
ร่างเล็กคว้ากระเป๋าของตนเอง ก่อนจะโค้งตัวให้กับยุนโฮ แล้วเดินออกจากห้องไป ร่างหนาได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ความรู้สึกต่างๆที่ถาโถมเข้ามาให้ความคิดของเขา ช่างยากเย็นที่จะละเลยได้เหลือเกิน เพียงได้ยินชื่อของแจจุง เพียงเท่านั้น.
ใจร้ายจังเลยนะ ยุนโฮ เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นขัดความคิดของร่างหนาลง
หึ..ชั้นก็เป็นแบบนี้ล่ะ น้ำเสียงเรียบเอ่ยขึ้นอย่างหม่นหมอง ก่อนจะแค่นหัวเราะออกมากับสภาพของตัวเองในเวลานี้
แค่เพียงอย่างเดียวที่ชั้นจะขอนาย
อย่าทำให้เด็กคนนี้ต้องรักนายอีกคน ดวงตาสีหม่นหลุบลงอย่างเหนื่อยล้า มือเรียววางบนไหล่ของเพื่อนตนอย่างหน่ายใจ
. ร่างหนาที่ได้ยินเช่นนั้น จึงเบิกตามองเพื่อนของตนอย่างประหลาดใจ ก่อนจะยิ้มบางๆออกมา
ชั้นแค่ไม่อยากให้ใครต้องเจ็บอีก
รวมไปถึงนายด้วย ยุนโฮ
[2 B Con]




